ขนาดตู้ล็อคเกอร์มาตรฐาน เลือกกี่ช่องดี? พร้อม Calculator
ขนาดตู้ล็อคเกอร์มาตรฐาน เลือกกี่ช่องดี? คำตอบสั้น: เริ่มจากนับจำนวนผู้ใช้พร้อมกัน ไม่ใช่นับจำนวนพนักงานทั้งหมด หากองค์กรมี 300 คน ทำงาน 2 กะ และอนุญาตให้ใช้ตู้ร่วมกัน…

Locker Calculator
คำนวณจำนวนตู้ล็อคเกอร์สำหรับองค์กร
กรอกจำนวนพนักงานและรูปแบบกะ ระบบจะเผื่อช่องสำรองและปัดขึ้นเป็นตู้ L12 เพื่อใช้ตั้งงบเบื้องต้น
หากพนักงานต่างกะมาอยู่พร้อมกันช่วงเปลี่ยนกะ หรือห้ามใช้ตู้ร่วมกันตามนโยบายองค์กร ให้เลือก “No — คนละช่อง” หรือเพิ่มเปอร์เซ็นต์สำรอง
ต้องการประมาณ
165 ช่อง
แนะนำจัดเป็น
L12 × 14 ชุด
ติดตั้งจริง 168 ช่อง เหลือจากการปัดชุด 3 ช่อง
สูตรที่ใช้
300 คน ÷ 2 กะ + สำรอง 10% = 165 ช่อง
ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ ทีมงานจะตรวจชนิดสิ่งของ ขนาดช่อง ทางเดิน และหน้างานก่อนยืนยันสเปก
คำตอบสั้น: เริ่มจากนับจำนวนผู้ใช้พร้อมกัน ไม่ใช่นับจำนวนพนักงานทั้งหมด หากองค์กรมี 300 คน ทำงาน 2 กะ และอนุญาตให้ใช้ตู้ร่วมกัน จำนวนใช้งานพื้นฐานคือ 150 ช่อง เมื่อเผื่อสำรอง 10% จะต้องการประมาณ 165 ช่อง หรือเลือกตู้ 12 ช่อง (L12) จำนวน 14 ชุด รวม 168 ช่อง
อย่างไรก็ตาม จำนวนช่องเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของคำตอบ ก่อนสั่งควรตรวจขนาดสิ่งของจริง ความลึกตู้ พื้นที่เปิดบาน ทางเดิน ระบบกุญแจ และช่วงเปลี่ยนกะด้วย ใช้ Locker Calculator ด้านบน เพื่อประมาณจำนวนเบื้องต้น แล้วส่งผลคำนวณให้ทีม SPACEFORM ตรวจสเปกและหน้างานต่อได้ทันที
ขนาดตู้ล็อคเกอร์มาตรฐานมีเท่าไร?
คำว่า “ขนาดมาตรฐาน” ไม่ได้หมายความว่าตู้ทุกยี่ห้อมีขนาดเท่ากันทั้งหมด ตาม มอก. 1284-2560 ตู้เหล็กเก็บสัมภาระ ขอบเขตมิติภายนอกของตู้เหล็กอยู่ที่ความสูง 700–2,000 มม. ความกว้าง 600–950 มม. และความลึก 400–550 มม. มาตรฐานยังจำแนกแบบ 2, 3, 6, 9, 12 และ 18 บาน
ตู้ล็อคเกอร์ 12 ช่องที่พบทั่วไปในตลาดมักมีขนาดภายนอกประมาณ กว้าง 900 × ลึก 450 × สูง 1,800 มม. แต่แต่ละรุ่นอาจต่างกัน จึงต้องดู Dimension ของรุ่นที่เสนอจริงก่อนทำผังหรือ BOQ
| รายการที่ต้องดู | ช่วงหรือค่าที่ใช้ตั้งต้น | เหตุผล |
|---|---|---|
| ความกว้างตู้ | ประมาณ 900 มม. สำหรับตู้ 12 ช่อง | ใช้คำนวณความยาวผนังและจำนวนชุดต่อแถว |
| ความลึกตู้ | ประมาณ 450 มม. | ต้องพอกับกระเป๋า รองเท้า หรืออุปกรณ์ที่เก็บ |
| ความสูงตู้ | ประมาณ 1,800 มม. | ควรตรวจข้อจำกัดฝ้า ท่อ และฐานยก |
| พื้นที่เปิดบาน | ตามรัศมีบานของรุ่นจริง | ห้ามชนผนัง ม้านั่ง หรือผู้ใช้ฝั่งตรงข้าม |
| ทางเดิน | ตรวจจากจำนวนผู้ใช้พร้อมกันและข้อกำหนดอาคาร | ตัวตู้วางได้ ไม่ได้แปลว่าคนใช้งานพร้อมกันได้ |
อย่าใช้มิติภายนอกหารจำนวนช่องเพื่อสรุปขนาดภายใน เพราะเสา โครง บาน และการแบ่งแถวกินพื้นที่จริง ควรขอขนาดช่องภายในจากผู้ขายทุกครั้ง
วิธีคำนวณจำนวนช่องล็อคเกอร์
สูตรตั้งต้นคือ:
จำนวนช่อง = จำนวนผู้ใช้พร้อมกัน × (1 + อัตราสำรอง)
ถ้าอนุญาตให้พนักงานต่างกะใช้ตู้ร่วมกัน:
จำนวนผู้ใช้พร้อมกัน = จำนวนพนักงาน ÷ จำนวนกะ
ตัวอย่าง: โรงงาน 300 คน ทำงาน 2 กะ
- พนักงานทั้งหมด 300 คน
- 2 กะ และอนุญาต Locker Sharing
- ผู้ใช้พร้อมกันโดยประมาณ 300 ÷ 2 = 150 คน
- เผื่อช่องสำรอง 10% = 150 × 1.10 = 165 ช่อง
- ตู้ L12 มี 12 ช่อง จึงใช้ 165 ÷ 12 = 13.75 และต้องปัดขึ้นเป็น 14 ชุด
- ความจุติดตั้งจริง 14 × 12 = 168 ช่อง
หากไม่อนุญาตให้แชร์ตู้ระหว่างกะ ต้องคำนวณจากพนักงานครบ 300 คน เมื่อเผื่อ 10% จะเป็น 330 ช่อง หรือ L12 จำนวน 28 ชุด รวม 336 ช่อง ความแตกต่างนี้กระทบทั้งงบประมาณและพื้นที่อย่างมาก จึงควรตกลงนโยบายการใช้งานก่อนขอราคา
ควรเลือกตู้ 3, 6, 9 หรือ 12 ช่อง?
จำนวนบานมากไม่ได้ดีกว่าเสมอไป เพราะเมื่อเพิ่มจำนวนช่องในตู้ขนาดใกล้กัน พื้นที่เก็บของต่อคนจะเล็กลง
| รูปแบบ | เหมาะกับ | จุดที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| 2–3 ช่อง | เสื้อผ้าแขวน ชุดยูนิฟอร์มยาว อุปกรณ์ชิ้นใหญ่ | ต้องการพื้นที่และงบต่อผู้ใช้สูงกว่า |
| 6 ช่อง | กระเป๋า เสื้อพับ หมวก และของใช้รายวัน | ตรวจความสูงภายในและชั้นแบ่ง |
| 9 ช่อง | ของใช้ส่วนตัวขนาดกลาง พื้นที่พนักงานทั่วไป | ทดลองใส่กระเป๋าที่ใช้จริงก่อนสั่ง |
| 12 ช่อง (L12) | โทรศัพท์ กระเป๋าใบเล็ก รองเท้า หรือของใช้แยกชิ้น | อาจไม่พอสำหรับกระเป๋าเป้หรือชุดแขวน |
| 18 ช่อง | ของชิ้นเล็ก งานรับฝากระยะสั้น | ต้องควบคุมหมายเลขและกุญแจจำนวนมาก |
ถ้าผู้ใช้ต้องเก็บทั้งรองเท้ากับกระเป๋า การเลือก L12 เพราะจำนวนช่องต่อชุดสูงอาจทำให้ใช้งานจริงไม่ได้ ทางที่ปลอดภัยคือทำรายการสิ่งของ วัดชิ้นที่ใหญ่ที่สุด และทดลองกับตัวอย่างช่องจริง
วางตู้ล็อคเกอร์กี่ชุดจึงพอดีกับพื้นที่?
หลังได้จำนวนชุดแล้ว ให้คำนวณพื้นที่อย่างน้อย 4 ส่วน:
- ความยาวแนวตู้ — จำนวนชุด × ความกว้างตู้จริง เช่น L12 กว้าง 900 มม. จำนวน 14 ชุด ต้องใช้แนวผนังรวมประมาณ 12.6 เมตร หากวางแถวเดียว
- ความลึกตู้และบานเปิด — รวมระยะตัวตู้ รัศมีบาน และพื้นที่ยืนเปิดตู้
- ทางเดินสวนกัน — ประเมินคนใช้งานพร้อมกัน โดยเฉพาะก่อนเริ่มงาน เลิกงาน และช่วงเปลี่ยนกะ
- สภาพหน้างาน — ตรวจบัวพื้น เสา ปลั๊ก ตู้ไฟ ระบบดับเพลิง ท่อ และความชื้น
พื้นที่ยาวไม่พออาจแบ่งเป็นหลายแถว แต่ต้องตรวจความปลอดภัย การมองเห็น และการจัดหมายเลขใหม่ ไม่ควรวางตู้บังอุปกรณ์ฉุกเฉินหรือทำให้ทางหนีไฟแคบลง
Locker Sharing ช่วยลดต้นทุนจริงหรือไม่?
Locker Sharing ลดจำนวนตู้และพื้นที่ได้มากเมื่อกะไม่ซ้อนกัน แต่ต้องมีระบบจัดการ ไม่เช่นนั้นต้นทุนที่ประหยัดจากตู้จะกลับมาเป็นปัญหาของหาย ความสะอาด และข้อโต้แย้งระหว่างผู้ใช้
ก่อนเลือก Sharing ควรตอบให้ได้ว่า:
- เวลาของแต่ละกะทับซ้อนกันกี่นาที และมีคนอยู่พร้อมกันสูงสุดเท่าไร?
- ต้องคืนช่องว่างทุกวันหรือมอบหมายช่องเป็นรายกะ?
- ใครดูแลกุญแจสำรอง บัตร หรือรหัสเมื่อพนักงานลาออก?
- มีของส่วนตัวที่ห้ามแบ่งใช้พื้นที่ร่วมกันหรือไม่?
- ต้องมีตู้ชั่วคราวสำหรับพนักงานใหม่ ผู้รับเหมา และผู้มาติดต่อกี่ช่อง?
หากไม่มีข้อมูล แนะนำให้เริ่มด้วยสำรอง 10% แล้วทำ Sensitivity Check ที่ 5%, 10% และ 20% ผ่าน Calculator เพื่อเห็นผลกระทบต่อจำนวนชุดและงบประมาณ
เช็กลิสต์ก่อนขอใบเสนอราคาตู้ล็อคเกอร์
ส่งข้อมูลต่อไปนี้พร้อมกันเพื่อให้ผู้ขายเทียบราคาและสเปกบนฐานเดียวกัน:
- จำนวนพนักงานทั้งหมด จำนวนกะ และจำนวนคนสูงสุดที่อยู่พร้อมกัน
- อนุญาต Locker Sharing หรือกำหนดหนึ่งคนต่อหนึ่งช่อง
- สิ่งของที่ต้องเก็บ พร้อมขนาดชิ้นใหญ่ที่สุด
- จำนวนช่องสำรองสำหรับพนักงานใหม่ ผู้รับเหมา หรือช่องชำรุด
- ขนาดพื้นที่ รูปถ่าย ผังประตู และตำแหน่งสิ่งกีดขวาง
- รูปแบบล็อก: กุญแจ สายยู รหัส Mechanical หรือ Electronic Lock
- ความต้องการช่องใส่ป้ายชื่อ ช่องระบายอากาศ ฐานยก หรือม้านั่ง
- สี วัสดุ สภาพความชื้น การทำความสะอาด และข้อกำหนดโรงงาน
- จังหวัดจัดส่ง ชั้นอาคาร ลิฟต์ และช่วงเวลาติดตั้ง
- มาตรฐาน เอกสารรับประกัน อะไหล่ และ Master Key ที่ต้องการ
เมื่อได้ผลจาก Calculator แล้ว กด ขอใบเสนอราคาตามผลคำนวณ ระบบจะส่งจำนวนช่อง จำนวนชุด L12 และสมมติฐานทั้งหมดไปยังหน้าขอราคาโดยอัตโนมัติ ทีมงานจึงเริ่มตรวจสเปกได้โดยไม่ต้องกรอกตัวเลขซ้ำ
เลือกตู้ล็อคเกอร์ให้ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ราคาต่ำสุด
ตู้ที่ใช้งานได้นาน ซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ได้ มักลดทั้ง Total Cost of Ownership และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าการเปลี่ยนทั้งตู้เมื่อบานพับหรือกุญแจเสีย ควรถามเรื่องอะไหล่ ระยะรับประกัน การซ่อมสี การเปลี่ยนบาน และการถอดแยกวัสดุเมื่อหมดอายุใช้งาน
สำหรับโครงการที่ต้องการขนาดเฉพาะหรือจัดตู้ให้เข้ากับพื้นที่ สามารถดูแนวทาง งานเฟอร์นิเจอร์ Built-in สำหรับองค์กร หรือส่งผังและรายการสิ่งของผ่านหน้า ขอใบเสนอราคา เพื่อประเมินรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานจริง
คำถามที่พบบ่อย
พนักงาน 300 คน 2 กะ ต้องใช้ล็อคเกอร์กี่ช่อง?
ถ้าแต่ละกะมีจำนวนใกล้กันและอนุญาตให้แชร์ตู้ ใช้พร้อมกันประมาณ 150 คน เผื่อสำรอง 10% เป็น 165 ช่อง หรือ L12 จำนวน 14 ชุด รวม 168 ช่อง หากห้ามแชร์ ต้องคำนวณจาก 300 คนเต็มและเผื่อสำรองตามนโยบายองค์กร
ตู้ล็อคเกอร์ 12 ช่องมีขนาดเท่าไร?
รุ่นที่พบทั่วไปมักอยู่ใกล้เคียงกว้าง 900 × ลึก 450 × สูง 1,800 มม. แต่ไม่ใช่ขนาดตายตัว ทุกโครงการควรตรวจ Datasheet และขนาดช่องภายในของรุ่นที่เสนอจริงก่อนทำผัง
ควรเผื่อช่องล็อคเกอร์กี่เปอร์เซ็นต์?
ใช้ 10% เป็นสมมติฐานตั้งต้นได้ แต่ควรปรับตามแผนรับพนักงาน ผู้รับเหมา อัตราชำรุด และช่วงเปลี่ยนกะ องค์กรที่จำนวนคนผันผวนอาจทดสอบ Scenario 15–20%
Locker Sharing เหมาะกับทุกโรงงานหรือไม่?
ไม่เหมาะเสมอไป หากกะซ้อนกัน ของต้องเก็บข้ามคืน มีข้อกำหนดสุขอนามัย หรือไม่สามารถควบคุมกุญแจและการคืนช่องได้ ควรใช้หนึ่งคนต่อหนึ่งช่องหรือออกแบบระบบ Sharing ที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน
จำนวนช่องพอดีแล้ว ต้องตรวจอะไรอีกก่อนสั่ง?
ตรวจขนาดสิ่งของและช่องภายใน พื้นที่เปิดบาน ความกว้างทางเดิน ความชื้น ระบบล็อก การยึดตู้ ความสามารถในการซ่อม อะไหล่ การรับประกัน และเงื่อนไขขนส่งติดตั้ง






